fbpx

12.12.18

พี่เคเลบ

from บ้านมณีพฤกษ์ จ.น่าน

เคเลบ จอร์แดน หรือ “พี่เคเลบ” นักเล่นกาแฟที่อยู่เมืองไทยมานานกว่า 10 ปี สำหรับพี่เคเลบแล้ว กาแฟไม่ใช่แค่เครื่องดื่มและไม่ใช่แค่ความสนุกส่วนตัว แต่มันคือเครื่องมือที่จะช่วยเหลือคนได้อีกมาก ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เขาเชื่อมาตลอดตั้งแต่หันมาสนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง

Mr. Roots: อะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณหันมาสนใจเรื่องกาแฟ

พี่เคเลบ: ตอนแรกผมตั้งใจไปเรียนพระคัมภีร์เพื่อเป็นมิชชันนารีที่รัฐอินดีแอนา สหรัฐอเมริกา ผมเรียนพระคัมภีร์ครึ่งวัน และไปทำงานแพ็กกาแฟในโรงคั่วอีกครึ่งวัน ทำไปได้ประมาณ 2-3 เดือน หัวหน้าฝ่ายคั่วกาแฟลาออก ผมเลยได้ทำแทน ซึ่งผมทำไปโดยที่ไม่รู้เลยว่าทำไมกาแฟตัวนี้ต้องคั่วโปรไฟล์นี้ ผมเลยสละเวลาอาทิตย์ละวันมาศึกษาเรื่องกาแฟให้มีความรู้มากขึ้น โดยลองคั่ว sample และ cupping กาแฟทั้งวัน ผมทำงานที่นั่น 2-3 ปีแล้วพระเจ้าก็เรียกผมกลับเมืองไทยให้มาทำงานกับเผ่าปรัยที่จังหวัดน่าน เลยมีความรู้เรื่องกาแฟติดตัวมาด้วยตอนที่ต้องมาอยู่หมู่บ้านมณีพฤกษ์​ ทำให้เห็นว่าที่นี่สามารถปลูกกาแฟได้เลยอยากลองทำกาแฟ

ช่วงปี 2003-2004 กาแฟในไทยยังเป็นสายพันธุ์คาติมอร์เป็นส่วนใหญ่ ผมอยากรู้ว่าถ้านำกาแฟสายพันธุ์ดีๆ มาปลูกที่นี่จะเป็นอย่างไร เลยลองหาสายพันธุ์เกชาและจาว่ามาปลูก อยากลองดูด้วยว่าถ้าเรามีกาแฟสายพันธุ์แปลกๆ เราจะขายได้ราคาดีกว่าหรือเปล่า หรือว่าคาร์ติมอร์คือสายพันธุ์ดีที่สุดสำหรับที่นี่ ในสมัยนั้นกาแฟ third wave ยังไม่มีเลยนะ พวกกาแฟคั่วอ่อนหรือกาแฟดริปก็ยังไม่มีเลย มันเป็นช่วงที่ร้านกาแฟเพิ่งจะเริ่มฮิตที่อเมริกา ส่วนที่กรุงเทพฯ ก็ยังมีไม่กี่ร้านเอง อย่างแบล็คแคนยอน คอฟฟี่เวิลด์ บ้านใร่กาแฟ กาแฟเลยถือเป็นเรื่องที่ยังใหม่มากๆ ตอนที่ผมเริ่มทำ

Mr. Roots: กาแฟมีความหมายสำหรับคุณอย่างไรบ้าง

พี่เคเลบ: ผมไม่ได้บ้ากาแฟเหมือนที่คนอื่นคิดนะ สำหรับผม กาแฟคือเครื่องมือที่จะช่วยเหลือคนได้ เป็นสิ่งที่จะช่วยพัฒนาชีวิตคน มีโอกาสดีขึ้น มีอาชีพอยู่ที่หมู่บ้าน เป็นเครื่องมือแสดงความรักให้กับคนในชุมชน ผมชอบที่กาแฟมีความซับซ้อนมาก ศึกษาเท่าไหร่ก็ไม่มีวันเข้าใจหมด พอเราเรียนรู้เรื่องหนึ่งก็มีอีกห้าเรื่องมาให้เราสงสัย การศึกษาเรื่องกาแฟจึงเป็นความท้าทาย ยิ่งผมเป็นคนที่ชอบศึกษาหาคำตอบและทดลอง กาแฟก็เลยเป็นแหล่งความสนุกสนานทางความคิด ให้ได้ทดลองไอเดียใหม่ๆ และท้าทายตัวเอง

Mr. Roots: คุณชอบดื่มกาแฟแบบไหนเป็นพิเศษ

พี่เคเลบ: แล้วแต่ช่วงนะ ตอนเช้าผมชอบกินเอสเปรสโซโรบัสตาคั่วกลาง ตอนกลางวันผมชอบกินกาแฟที่ไม่เปรี้ยวมากแต่ไม่คั่วเข้ม เช่น กาแฟฮันนีโปรเซสที่เอามาทำกาแฟดริปร้อน ผมไม่กินกาแฟเย็นเลย กินแต่กาแฟดำร้อน

Mr. Roots: ถ้าไม่ได้ทำเรื่องกาแฟ คุณคิดว่าตอนนี้ตัวเองน่าจะทำอะไรอยู่

พี่เคเลบ: ทำเครื่องกลครับ น่าจะมีร้านกลึงเหล็กอยู่ ประดิษฐ์ของเล่นจากเศษเหล็ก เพราะผมเองก็เป็นนักเชื่อมเหล็ก ตอนนี้ก็ทำพวกนี้อยู่ด้วย

Mr. Roots: ในอีก 5 ปีข้างหน้า คุณมองเห็นตัวเองเป็นแบบไหน

พี่เคเลบ: สิ่งที่อยากทำ คืออยากเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ผมหวังว่าอีก 5 ปีจะได้เล่นเรื่องการโปรเซสมากขึ้น อยากทำกาแฟด้วยวิธีเนเชอรัลหรือฮันนีให้ดีขึ้นเพราะว่าตอนนี้ยังลองผิดลองถูกอยู่ ผมคิดว่าคงไม่มีวันไหนที่เราจะรู้ทุกอย่างได้ แต่ก็อยากมีความรู้ให้มากขึ้นและทำได้ดีสม่ำเสมอมากกว่า ถ้าเป็นเรื่องสายพันธุ์กาแฟ อาจจะอยากลองเพิ่มสายพันธุ์ลอริน่ามากขึ้น หวังว่าจะมีคนเอาสายพันธุ์นี้มาปลูก 20 ไร่ (หัวเราะ) ที่หมู่บ้านมณีพฤกษ์เองก็เหมาะกับการปลูกสายพันธุ์นี้นะ เพราะสภาพแวดล้อมที่นั่นมีความทนทานต่อเชื้อราสนิม ผมคิดว่าสายพันธุ์ลอริน่าคงปลูกยากพอๆ กับสายพันธุ์เกชา แต่มันน่าสนใจดี อีกอย่างถ้าปลูกสายพันธุ์นี้ได้ ก็จะได้มีกาแฟดีแคฟไว้กินเองด้วย เพราะผมกินคาเฟอีนมากไม่ได้

Mr. Roots: อยากฝากอะไรไปถึงลูกค้าของเราบ้างไหม

พี่เคเลบ: สิ่งที่คนกินกาแฟดีๆ ทุกคนควรเข้าใจคือ กาแฟเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงตลอด ผมไม่อยากให้คนมีความคาดหวังว่าจะต้องเจอรสชาติแบบไหน อยากให้ลองเปิดความคิด เพราะว่ารสชาติกาแฟจะเปลี่ยนแปลงแน่นอน เหมือนเวลาเรามองท้องฟ้าแล้วเห็นเมฆเปลี่ยนแปลงตลอด กาแฟเองก็เหมือนกัน ผมมองว่ากาแฟเป็นสิ่งที่รอให้เราค้นพบว่าจะเจออะไร มากกว่าคาดหวังว่าจะต้องเจอแบบนั้นแบบนี้

 

ลองทานกาแฟของพี่เคเลบได้ที่นี่: click here

READ OTHER STORIES

https://rootsbkk.com/th/people/pkaleb/

Thank you for subscribe

Thank you! We'll be in touch.

OKAY