fbpx

ขึ้นเหนือไปน่านกับกรณ์
Head Roaster & Green Buyer
ของเรา

24.09.18

หลายคนที่แวะเวียนมาที่ Roots เป็นประจำ อาจจะพอคุ้นหน้าคุ้นตากับกรณ์ Head Roaster & Green Buyer ของเราอยู่บ้าง กรณ์ชวนคุณเดินทางขึ้นเหนือเพื่อทำความรู้จักกับพี่เคเลบ ชาวอเมริกัน ผู้เป็นทั้งมิชชันนารีและผู้ผลิตกาแฟ ที่หมู่บ้านมณีพฤกษ์ จ.น่าน

Mr. Roots: อยากให้กรณ์ช่วยแนะนำก่อนว่าพี่เคเลบคือใคร

กรณ์: พี่เคเลบ หรือพี่เคเป็นคนอเมริกันที่เกิดที่น่าน พ่อแม่ของพี่เคเป็นมิชชันนารีที่มาอยู่ไทย ตอนช่วงมหาวิทยาลัย พี่เคสอบติด School of Mechanical Engineering ของ Purdue University ที่รัฐอินเดียนาได้ ซึ่งตอนนั้นพี่เคไม่ได้คิดว่าจะกลับมาที่เมืองไทยแล้ว แต่บังเอิญว่าช่วงที่เรียนอยู่ปี 3 ก็มีเสียงเรียกของพระเจ้าให้กลับมา พี่เคเลยกลับมาสอนศาสนาที่หมู่บ้านมณีพฤกษ์ จังหวัดน่าน คอยดูแลทางจิตใจของคนปรัยที่เป็นชนกลุ่มน้อยของที่นี่ เพื่อให้พวกเขามีจิตใจเข้มแข็ง

นอกจากสอนศาสนาแล้ว พี่เคยังปลูกกาแฟคู่กัปนได้วยเพราะเห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้สามารถปลูกได้ น่าจะช่วยสร้างอาชีพให้คนบนดอย เลยซื้อกาแฟสายพันธุ์เกอิชามาปลูก เพราะอยากให้คนบนดอยมีอาชีพที่ยั่งยืน ตอนแรกก็ไม่มีใครกล้าปลูกนะ แต่พอคนในหมู่บ้านเขาเห็นคนจากกรุงเทพฯ ขึ้นเหนือมาเพื่อดูสวนกาแฟของพี่เค เขาก็มั่นใจมากขึ้น ซึ่งก็ต้องใช้เวลาเกือบ 10 ปีกว่าจะเปลี่ยนใจชาวบ้านได้

Mr. Roots: แล้วรอบนี้กรณ์ไปทำอะไรบ้าง

กรณ์: ทริปนี้กรณ์แวะไปทั้งที่หมู่บ้านมณีพฤกษ์ จ.น่าน และที่บ้านขุนลาว จ.เชียงราย จริงๆ กรณ์เคยเจอกับพี่เคแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสแนะนำพี่เต้กับพี่เคให้รู้จักกัน รอบนี้กรณ์เลยไปน่านกับพี่เต้ เพื่อให้ทั้งสองคนได้เจอกัน แล้วก็ไปดูสวนกาแฟกับสถานที่แปรรูปกาแฟด้วย

พอคุยกันถึงได้รู้ว่าตอนนี้พี่เคกำลังทดลองทำเกี่ยวกับการใส่แร่ธาตุลงในน้ำที่ใช้ชงกาแฟ เพราะถ้าสัดส่วนของแร่ธาตุในน้ำเหมาะสมก็จะช่วยทำให้รสชาติของกาแฟอร่อยขึ้น ซึ่งใน Kickstarter ก็มีกลุ่มที่ชื่อว่า Third Wave Water ทำเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ส่วนที่พี่เคทำอยู่ เขาลองทำในสูตรของเขาเอง โดยใส่แคลเซียม แมกนีเซียม โซเดียมลงไปในน้ำ พอเราลองเอาน้ำที่ผสมแร่ธาตุของพี่เคมาทำ blind cupping กัน ปรากฏว่ากาแฟที่ได้ให้รสหวานชัดเจน อร่อยที่สุดเลย

นอกจากนี้ กรณ์ยังถือโอกาสให้พี่เคช่วยสอนเรื่องปุ๋ยด้วย เพราะกรณ์จะขึ้นไปใส่ปุ๋ยที่ฟาร์มพี่จรูญ ซึ่งพี่เคก็แนะนำว่าจะต้องใส่อย่างไร หลังจากไปหาพี่เคแล้วก็เลยขับรถขึ้นไปที่บ้านขุนลาวต่อ เพื่อไปคุยกับพี่จรูญเรื่องปุ๋ย

Mr. Roots: ทำไมถึงต้องไปใส่ปุ๋ยให้กาแฟของพี่จรูญ

กรณ์: ทำงานกับพี่จรูญมาตั้งแต่ปี 2557 พี่จรูญเป็นคนมีระเบียบในการทำงานมาก สวนกาแฟก็สวย ที่ผ่านมากรณ์ลองไปโปรเซสกาแฟกับพี่จรูญหลายครั้ง แต่ก็ยังรู้สึกว่ากาแฟมันยังอร่อยได้มากกว่านี้ เมื่อตอนเดือนมีนาคมกรณ์เลยแวะไปหาพี่เคและลองทำ cupping ด้วยกาแฟของพี่จรูญ ปรากฏว่ากาแฟของพี่จรูญยังมีรสชาติไม่มากเท่ากาแฟตัวอื่นๆ ทั้งๆ ที่ต้นกาแฟในสวนได้รับการดูแลเป็นอย่างดี กรณ์เลยลองถามพี่เคดูว่าเป็นเพราะอะไร

พี่เคอธิบายให้ฟังว่าปุ๋ยที่ใส่กาแฟต่างจากปุ๋ยที่ใส่พืชผักผลไม้อย่างอื่น ซึ่งจะมีแร่ธาตุหลักคือ N-P-K หรือไนโตรเจน-ฟอสฟอรัส-โพแทสเซียม แร่ธาตุแต่ละตัวช่วยบำรุงแต่ละส่วนต่างกันไป อย่างเช่น ใบ ดอก ผล แต่ปุ๋ยสำหรับกาแฟจะซับซ้อนกว่านั้น เพราะว่าเวลาเรากิน เราไม่ได้กินใบกาแฟและเนื้อกาแฟ แต่เรากินเมล็ดกาแฟ ดังนั้น เราเลยต้องหาอะไรที่บำรุงเมล็ดกาแฟให้มีรสชาติดี ซึ่งพี่เคบอกว่าสิ่งนั้นคือแคลเซียม แต่การใส่แคลเซียมก็ไม่ได้ทำกันง่ายๆ อีก เพราะเราไม่สามารถใส่แคลเซียมลงไปในดินโดยตรง ถ้าทำแบบนั้นต้นกาแฟก็จะดูดซึมแคลเซียมไม่ได้อยู่ดี หรือถ้าปริมาณแร่ธาตุหลักในดินเยอะไป ต้นกาแฟก็ไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมได้เช่นกัน

กรณ์เลยลองถามพี่จรูญเรื่องปุ๋ย พี่จรูญบอกว่าใส่แต่ธาตุหลัก ต้นกาแฟก็เลยสวย ผลก็สวย จนดูเหมือนไม่มีปัญหาอะไรเลย ติดแค่เรื่องรสชาติที่หายไปนิดหน่อย กรณ์เลยจะเข้าไปใส่แคลเซียมในดินให้พี่จรูญ ซึ่งแคลเซียมที่ใช้ก็คือขี้ไก่ เพราะว่าไก่กินกระดูกสัตว์เป็นอาหาร กรณ์ใช้ขี้ไก่ผสมกับแกลบข้าว เปลือกกาแฟ และโดโลไมต์ เพื่อปรับสภาพดิน เดี๋ยวจะลองเช็กกับพี่จรูญดูว่าลองใส่ปุ๋ยดูแล้วหรือยัง ต่อไปก็ต้องติดตามกันว่ากาแฟของพี่จรูญรอบหน้าจะมีรสชาติชัดเจนขึ้นหรือเปล่า

Mr. Roots: เราจะได้ดื่มกาแฟของพี่เคและพี่จรูญที่ Roots ได้เมื่อไหร่

กรณ์​: ประมาณเดือนมกราคม ปี 2562 เป็นกาแฟจากดอยภูแวที่พี่เคเป็นคนโปรเซส ยังไงก็แวะมาลองกันนะครับ

READ OTHER STORIES

https://rootsbkk.com/th/journal/%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c/

Thank you for subscribe

Thank you! We'll be in touch.

OKAY